Sunday, 3 May 2015

ฉบับผีเน่าคา Old Trafford

When Saturday Comes

“Late in May in 1999, Ole scored a goal in injury time,
what a feeling, what a night… oh what a night”


                สวัสดีครับเพื่อนๆทุกคน วันนี้มาแปลกด้วยการเริ่มต้นกันด้วยบทเพลงที่ถูกแฟนบอลปีศาจแดงหยิบมาร้องบ่อยที่สุดในสนามช่วงนี้เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของการเข้าสู่เดือนพฤษภาคม ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 1999 ซึ่งเป็นวันที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับสโมสร Manchester United จดจำไม่ลืม เมื่อปีศาจแดงก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของสโมสรหลังจากค่ำคืนมหัศจรรย์ที่ Camp Nou ซึ่งเด็กๆของ Sir Alex Ferguson สร้างปาฏิหาริย์ยิง 2 ประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 3 นาทีแซงเอาชนะ Bayern Munich คว้าแชมป์ UCL สร้างประวัติศาสตร์เป็น Treble Champs ครั้งแรกและครั้งเดียวของสโมสรได้สำเร็จ

Sir Matt Busby Way ถนนที่มุ่งหน้าสู่ Old Trafford

               16 ปีให้หลัง Manchester United ภายใต้การทำทีมของ Louis Van Gaal ผู้จัดการทีมคนใหม่ที่ถูกดึงเข้ามาแก้วิกฤติจากความล้มเหลวในยุคของ David Moyes กำลังหาทางกลับสู่การแข่งขันในเวทียุโรปที่พวกเขาคุ้นเคยอีกครั้ง หลังจากอดไปโชว์ฝีเท้าเป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปี โจทย์ของ LVG ก็ไม่มีอะไรมากนอกจากพาทีมจบ top 4 ให้ได้ พร้อมทั้งงบในการซื้อผู้เล่นที่บอร์ดบริหารประเคนให้มากเป็นประวัติศาสตร์ของสโมสรถึงกว่า 150 ล้านปอนด์ (ตอนที่ Sir Alex Ferguson พาทีมคว้า 3 แชมป์ใช้เงินไปแค่ 17 ล้านปอนด์เท่านั้น)

ร้านขายอาหารบนถนน Busby Way

            เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้เข้าไปดูลูกทีมของ LVG กับภารกิจกรุยทางกลับสู่เวทียุโรปอีกครั้ง โดยการแข่งขันนัดนี้เป็นการเล่นที่ Old Trafford ต้อนรับการมาเยือน West Bromwich Albion ทีมอันดับที่ 14 ในตาราง ก่อนเกมนี้จะเริ่มขึ้น ปีศาจแดงอยู่ในอันดับที่ 4 ของตาราง โดยมีคะแนนนำหน้า Liverpool ทีมในอันดับ 5 อยู่ 4 คะแนนหลังจากคู่ปรับจาก เมอร์ซี่ไซด์ เปิดบ้านเอาชนะ QPR ก่อนเกมนี้จะเริ่มประมาณครึ่งชั่วโมง ดังนั้นเงื่อนไขเดียวในเกมนี้ของ United คือต้องเอาชนะให้ได้ซึ่งดูแล้วก็ไม่น่าใช่งานยากอะไร เพราะทีมเยือนอย่าง WBA ก็ไม่น่าจะเน้นมากมายอะไรเพราะฤดูกาลนี้ไม่มีอะไรให้ลุ้นแล้ว

The Bishop Blaize ผับที่สาวกแมนยูต้องเข้าไปลองซักครั้ง

            สำหรับการซื้อบัตรเกมนี้ ผมซื้อจากเวปไซต์ของสโมสรในราคา 47 ปอนด์ ในส่วนของการซื้อบัตรนั้นจะต้องสมัครเป็นสมาชิกของสโมสรก่อนถึงจะมีสิทธิ์ซื้อได้ (ค่าสมาชิกปีละ 30 ปอนด์) โดยปกติแล้วตั๋วเข้าชมเกมของแมนยูจะเต็มล่วงหน้าตลอด แต่เกมนี้แปลกที่มีตั๋วเหลือเยอะพอสมควร ซึ่งพอเข้าไปสนามเลยถึงบางอ้อ เพราะเกมนี้ทีมเยือนมากันน้อยมาก ทางสโมสรเลยแบ่งตั๋วจากทีมเยือนมาขายให้แฟนบอลเจ้าบ้านเพิ่ม
หนังสือ Match day Programme กับตั๋วเกมนี้


            เรื่องการเดินทางสำหรับเกมนี้ก็ถือว่าสบายมากเพราะเตะในเมือง Manchester ซึ่งผมก็อยู่ที่นี่อยู่แล้วเลยไม่ต้องลำบากลำบนเดินทางกันครึ่งประเทศแบบนัดที่แล้ว ฮาฮา สำหรับสนาม Old Trafford ก็อยู่ออกนอกเมืองมาซักหน่อยซึ่งการเดินทางมาที่สนามก็ค่อนข้างสะดวกสบายเพราะสามารถเดินทางได้ทั้ง รถเมล์ รถไฟ แล้วก็  รถราง (ที่นี่จะเรียกรถรางว่า Tram) โดยที่วันนี้ผมใช้บริการของรถเมล์ใช้เวลาเดินทางจากกลางเมืองประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงสนาม

บรรยากาศหน้าสนามก่อนเกม

            สำหรับเกมวันนี้ก็เริ่ม Kick-off ตอน 4 โมงเย็นซึ่งถือเป็นคู่สุดท้ายประจำวัน โดยที่ก่อนเกมมีฝนตกลงมาเล็กน้อยทำให้วันนี้หนาวเป็นพิเศษตั้งแต่ยังไม่แข่ง Louis Van Gaal จัดทัพมาในระบบ 4-4-1-1 โดยผู้รักษาประตูเป็น David De Dea แผงหลัง 4 คนมี Valencia กับ Blind เป็นแบ็คสองข้าง คู่เซนเตอร์เป็น Paddy McNair ซึ่งผมเห็นตัวจริงแล้วตัวเล็กนิดเดียว ยืนคู่กับ Chist Smalling ซึ่งถึงแม้ชื่ออาจจะดูว่าเล็ก แต่จริงๆแล้วตัวใหญ่กว่าเยอะ =*= กองกลางวันนี้ถอย Rooney ที่เหมือนเป็นกองหน้าคนเดียวที่ยิงประตูได้ในตอนนี้ลงมาเล่นร่วมกับ Ander Herrera ขนาบข้างด้วย Mata กับ Ashley Young โดยมี Marouane Fellaini เล่นหน้าต่ำส่วน RVP Robin Van Persie สลัดเดี้ยงลงมาเป็นหน้าเป้า ส่วนผู้มาเยือนวันนี้ Tony Pulis มาในระบบ 4-5-1 โดยส่ง Darren Flecther กัปตันทีมลงสนามมาเจอทีมเก่า ส่วนกองหน้าทิ้ง Seido Berahino ไว้คอยป่วนแนวรับเจ้าบ้าน

แหล่งรวมแฟนบอลจากทั่วสารทิศ แก๊งนี้มาจาก โครเอเชีย

            สำหรับเหตุการณ์ต่างๆในสนามผมจะขออนุญาตบรรยายตามความรู้สึกเอานะครับ เพราะยอมรับตามตรงว่าจำรายละเอียดไม่ค่อยได้ คือมันซ้ำไปซ้ำมาตลอดทั้งเกม เดี๋ยวอ่านไปเรื่อยๆจะเข้าใจความรู้สึกผมครับ ฮาฮา เอาเป็นว่าเริ่มเกมขึ้นมา United เป็นฝ่ายครองเกมได้เป็นส่วนใหญ่ Rooney ที่ถูกถอยลงมาเล่นกองกลางวันนี้สามารถเชื่อมเกมจากซ้ายมาขวา ขวามาซ้ายได้ดี (จนเกินไป) รูปแบบการบุกของปีศาจแดงวันนี้คือการถ่ายบอลไปมาซ้ายขวาจนกว่าผู้ชมจะหลับ พอเคลิ้มๆจะหลับก็จะเคาะออกด้านข้างแล้วโยนบอลเข้ากลางโดยเป้าหมายไม่รู้เป็นใครแต่ที่แน่ๆไม่ใช่ Fellaini เพราะแกอยู่ตรงไหนบอลไปอีกทางตลอด

อีกมุมนึงของ Old Trafford

            โอกาสของเจ้าบ้านมีมาเป็นระยะๆแต่ทุกครั้งก็ดูไม่อันตรายเท่าที่ควร จังหวะที่ดีที่สุดน่าจะเป็นจังหวะที่ RVP กระโดดวอลเลย์บอลพุ่งเข้าซอง Boaz Myhill ไม่ลำบาก จังหวะนี้แหละเสียวสุดในครึ่งแรกแล้วสำหรับผม เห้อ ส่วนทีมเยือนก็มีหือมีอือบ้างในจังหวะเล่นลูกตั้งเตะ แต่โดยรวมแล้วถือว่าไม่น่าหนักใจอะไรสำหรับจอมหนึบอย่าง De Gea สุดท้ายจบครึ่งแรกไปแบบผมเกือบหลับ

            ในช่วงระหว่างพักผมนั่งนึกในใจ ครึ่งหลังแมนยูมันต้องเอาหน่อยวะ ครึ่งแรกเล่นแย่มาก ลิเวอร์พูลก็เพิ่งชนะ แถมก่อนหน้านี้สองเกมก็เพิ่งแพ้รวดมา ยังไงนัดนี้เล่นในบ้านก็ต้องบดเอาให้ได้ ครึ่งหลังเฮียกาว (นัดนี้ขออนุญาตผู้อ่านเรียก LVG ว่าเฮียกาวนะครับ) คือว่าครึ่งหลังเฮียกาวเนี่ยแก้เกมด้วยการถอย Robin Van Persie ลงมาเล่นกลางคู่กลับ Rooney แล้วดัน Fellaini ไปเป็นหน้าเป้า คุณพระ!! จังหวะที่เห็นทีแรกนี่ผมคิดว่าเฮียแกต้องเสียสติไปแล้วแน่ๆ คือบอลต้องการประตูแทนที่จะดัน Rooney ไปเล่นหน้าคู่ RVP นี่แกดันทำตรงข้ามจับมาเล่นคู่กันเหมือนกัน แต่ให้เป็นกลางคู่!!
มุมมองจากที่นั่งของผมในสนามวันนี้

            ว่าแล้วเกมกลางสนามของปีศาจแดงก็ดีขึ้นทันตาเห็น หลังจากแผงกองกลางจำเป็นสาธิตการถ่ายบอลจากซ้ายไปขวาขวาไปซ้ายอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้งด้วยอัตราความแม่นระดับ 90 เปอร์เซ็น จน WBA แทบไม่เจอบอล คือผมก็ไม่แน่ใจหรอกว่านักเตะทีมเยือนอยากได้บอลมาเล่นรึป่าว เพราะก็ปล่อยให้แมนยูเคาะไปซ้ายขวา ตัวเองยืนคุมโซนเอาง่ายดี แฟนบอลที่จะหลับๆช่วงครึ่งแรกตอนนี้ก็หลับได้ยาวๆเลยครับ ตื่นมาอีกทีหลังจากเกมผ่านไปราวๆ 1 ชั่วโมง จังหวะเกมสวนกลับของ The baggies บอลกำลังจะเข้าเขตโทษก่อน Paddy McNair จะมาสกัดเสีย Free kick หน้ากรอบเขตโทษระยะน่าจะราวๆ 20 ต้นๆหลา Chris Blunt รับหน้าที่วิ่งเข้ามาตะบันเต็มข้อบอลพุ่งแฉลบ Jonas Olson เข้าประตูไปแบบช็อกทั้งสนาม

            หลังจากเสียประตูไป United พยายามทวงคืนแต่เกมบุกดูเป็นมิติเดียวคือเคาะไปเรื่อยๆซ้ายขวาออกปีกแล้วเปิดเข้ากลาง วนลูปไปเรื่อยๆ จนในที่สุดโอกาสทองก็เกิดขึ้นหลังจากกองหลัง WBA ไปทำ Hand ball ในเขตโทษกรรมการเป่าให้เป็นจุดโทษ แต่ RVP ยิงไปติดเซฟ ชวดได้ประตูตีเสมอไปอย่างน่าเสียดาย โดยหลังจากนั้นก็กลับมาวนลูปเดิมจนสุดท้ายหมดเวลาแพ้คาบ้านไป 0-1 เป็นเกมที่น่าผิดหวังที่สุดตั้งแต่ผมเข้ามาดูเกมใน Old Trafford เลยซึ่งหลังจบเกมนี้ก็โดน Liverpool ในอันดับ 5 จี้มาเหลือแค่ 4 คะแนนขณะที่เหลือการแข่งขันอีก 3 นัด

แฟนบอลมายืนรอขอลายเซ็นนักเตะ


            ยังไงก็ตามถึงตรงนี้ผมก็ยังมั่นใจละครับว่า Manchester United จะไม่พลาดตั๋วใบสุดท้ายไปลุย UCL แน่นอนเพราะ Man utd ต้องพลาด 2 จาก 3 นัดส่วนหงส์แดงต้องชนะรวดซึ่งผมก็ตัดสินไม่ถูกว่าอันแรกกับอันหลังอันไหนมันยากกว่ากัน แต่ด้วยฟอร์มอย่างงี้ทรงบอลแบบนี้ ไปเล่นถ้วยใหญ่ก็ลำบากครับ คงจะอีกนานกว่าจะได้มีเหตุการณ์แบบ Ole Gunnar Solskjear ยิงประตูช่วงทดเจ็บมาให้แฟนๆได้แต่งเป็นเพลงร้องกัน เพราะถึงจะมี New Solskjear เกิดขึ้นมาในทีมยุคปัจจุบัน เฮียกาวแกก็จะจับมันไปเล่นกองกลางครับ เชื่อผม!!      

No comments:

Post a Comment